การปิดตัวของ Imeem
การปิดตัวของ imeem เพราะว่าในการที่เราจะเปิดฟังเพลงในแต่ละครั้งต้องคิดเงินครั้งละ 1 บาทเมื่อมีคนเล่นเพลงครบ 5 เพลงมันจะต่างจากการดาวน์โหลดส่วนมากเพลงเหล่านี้จะนำไปใช้ตกแต่งโปรไฟล์ของ hi5 และโปรไฟล์ต่างๆอีกมากมาย เมื่อมีการเข้าชมโปรไฟล์ของเพื่อนคนอื่นเป็น10ครั้งก็จะทำให้ต้องจ่ายเงินวันละ2บาท และในแต่ละปีต้องเสียค่าโฆษณาปีละ10ล้านบาทซึ่งในขณะนี้ imeem อยู่ในช่วงการเจรจาอยู่ ถ้าประสบความสำเร็จ imeem ก็จะมีต่อไปแต่ถ้าหากไม่สำเร็จขึ้นมา imeem พวกเราก็คงจะเปลี่ยนเพลงบนโปรไฟล์ hi5 ของเรา เพราะต้นทุนในการโฆษณา imeem แพงเกินไป เรื่องนี้จึงทำให้เรารู้ว่าการที่เราจะคิดลงทุนใดๆ ก็ต้องมีการเสี่ยงเพื่อที่จะให้เราได้ในสิ่งที่ราต้องการ
หลอกให้เชื่อ
เตือนลูกคาไทยพานิชย์เพราะได้มีเว็บเลียนแบบธนาคารไทยพานิชย์ซึ่งจะหลอกเอาข้อมูลของลูกค้าและเอาเงินของลูกค้าไปใช้จ่าย ซึ่ง Forwordmail ในครั้งนี้เป็นเรื่องจริงเพราะธนาคารไทยพานิชย์ได้ออกมาเตือนแล้วว่ามีเว็บเลียนแบบ ก่อนที่เราจะสมัครอะไรต้องดูว่าเป็น เว็บ co.th หรือเปล่า เพราะในการที่เราจะสมัครอะไรก็ต้องมี password และทำหน้าที่เหมือนกันและสามารถหลอกเราได้ ถ้าเราไม่อยากโดนหลอกให้เราดูที่ URL ถ้าหากURL ผิดเพี้ยนไปจากเดิมเราก็ไม่ควรที่จะกรอกข้อมูลเกี่ยวกับตัวเราลงไปเด็ดขาดควรที่จะดูURL ให้ดีเสียก่อนเพราะจะถูกหลอกและเราควรจะระวัง password ของเราให้ดี
เรื่องนี้จึงทำให้เรารู้ว่าการที่เราจะทำการใดๆก็ตามแต่ เราก็ควรที่จะคิดให้รอบคอบเสียก่อนที่เราจะตัดสินใจทำอะไรลงไปเพราะบางทีเป็นเรื่องที่ไม่ดี
เรื่องเหลือเชื่อของ Google
มุมมองในชีวิตของเราทำให้เรามีความคิดที่สร้างสรรค์ google เป็น processing อันดับหนึ่งของโลก Larry Page และ Sergey Bgin เป็นบิดาของการผลิตเว็บไซด์ google ซึ่งอาจารย์ของพวกเขาให้จัดทำโปรแจกซ์ทั้งสองก้อมาจับคู่กันในการศึกษาต่อปริญญาเอกที่ประเทศอเมริกา Larry Page เป็นผู้คิดค้นและ Sergey Bgin เป็นคนเขียนโปรแกรม ในระยะเวลา 1 ปี เค้าก็ได้สร้าง Page Rank Algorithum ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ทำให้สำเร็จ google ต่อมาเค้าก็เข้าไปพบอาจารย์ของพวกเค้าก็ได้พาทั้งสองคนไปพบเพื่อนของเค้า ชื่อ Jerry Yang เป็นผู้ที่ก่อตั้ง เว็บไซต์ Yahoo และทั้งสามก็นัดกันไปทานข้าว และ Larry Page, Sergey Bgin ได้อธิบายสรรพคุณของ Page Rank Algorithum ว่าเป็นเว็บไซต์ที่ดูดข้อมูลได้ดี ซึ่งในตอนนั่น Yahoo เป็น Search Engine ซึ่งเป็นที่นิยมกันอยู่ในขณะนั่น และ Jerry Yang ก็บอกว่าไร้สาระ ทั้งสองจึงตัดสินใจไปเช่าโรงรถของเพื่อนราคา $ 60,000 และสร้างเป็นบริษัท google.com จึงเป็นที่นิยมอันดับหนึ่งแซงหน้า Yahoo และพวกเขาได้รับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในการจัดทำเว็บไซต์ google เรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่าการที่เราจะประสบผลสำเร็จใดๆไม่ได้มีจุดเปลี่ยนแค่ครั้งเดียวถ้าเรามั่นใจในทางใดก็มุ่งไปในทางนั้นเราก็จะประสบความสำเร็จเอง
จุดเปลี่ยนของ Hotmail
จุดยืนที่สำคัญของ hotmail ผู้ก่อตั้งเป็นชาวอินเดียชื่อว่า Sabeer Bhatia เหตุเกิดที่มหานครซานฟรานซิสโก ประเทศอเมริกา ซึ่งกำลังเรียนหลักสูตรปริญญาโทถูกเรียกตัวกลับบ้านเพราะว่า พ่อของเค้าเป็นทหาร ส่วนแม่เป็นนักการเมืองดด้วยความที่เขาไม่อยากกลับบ้านจึงไปทำงานที่บริษัท Apple เมื่อถูกเรียกตัวกลับบ้านจึงเกิดแนวคิดที่จะเปิดบริษัทและเพื่อนของเค้าได้คิดที่จะเปิดบริษัท hotmail ออกมาและนำมาเสนอขาย Sabeer Bhatia เค้าจึงตัดสินใจซื้อเค้าก็เปิดบริษัทของเค้าจึงได้เปิดบริการ hotmail แบบฟรีๆ ผู้คนก็เข้ามาใช้เว็บไซต์ Hotmail กันล้นหลามและธุรกิจก็ไปได้ด้วยดี ต่อมา Bill Gates เจ้าพ่อไมโครซอฟต์เข้ามาขอซื้อบริษัท Hotmail ของ Sabeer Bhatia เป็นเงิน $4,000,000,000 เค้าก็ได้สร้างฐานะของตัวเค้าเองและก็ประสบความสำเร็จ เรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่าการที่เราจะทำอะไรก็ตามเราต้องมีความพยายามเราต้องรู้จุดมุ่งหมายของเราว่าเราอยากทำอะไรถ้าเราอยากทำอะไรเราก็ต้องมุ่งมั่นให้ถึงที่ถ้าเราพยายามเราก็จะมีความสำเร็จ
ความสำเร็จของ Apple
Steve Jobs ผู้ก่อตั้ง Apple ช่วงนั่นเป็นช่วงที่ Steve Jobs พบกับวิกฤติที่เลวร้ายและเขาได้ร่วมงานกับ Jonathan IVE มาทำงานด้วยกันเค้าเคยเป็นนักออกแบบสุขภาพห้องน้ำเค้าใช้ประสบการณ์ในการทำงานของเค้ามาออกแบบผลงานของ Apple และเค้าเป็นคนออกแบบคอมพิวเตอร์สวยๆที่ทุกคนใช้อยู่ในขณะนี้ งานดีไซน์ของเค้าคือ Imac ต่อมาก็มาร่วมงานกับ Tony Fadell ซึ่งเป็นเจ้าพ่อการเอาเพลงมาลงฮอร์ดิสก์เมื่อทั้งสามมาร่วมงานกันก็ได้ประดิษฐ์คิดค้น iPhone และได้ขายมาแล้ว 1,005,000,000 เครื่องหลังจากนั้น Stve Jobs ฏ็ได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆมาใช้ในการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่าการที่เราประสบปัญหานั่นเราต้องมีได้เราต้องมีความมานะอุตสาหะในการที่จะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส
วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น